ซูโดเอฟีดรีน

posted on 03 May 2012 12:23 by sirinpharmacy in Medicines

ซูโดเอฟีดรีนคืออะไร ทำไมถึงเป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติด

 

ซูโดเอฟีดรีน (Pseudoephedrine) คืออะไร จำเป็นต้องใช้ในการรักษาหรือไม่

ข้อมูลทั่วไป(1, 2)

ชื่อยา                 Pseudoephedrine

ชื่อเรียกอื่น         1-phenyl-1-hydroxy-2-methylaminopropane

สูตรโมเลกุล         C10H15NO

น้ำหนักโมเลกุล    165.24

จุดหลอมเหลว      117-119 องศาเซลเซียส

คุณสมบัติ           เป็นแกรนูล หรือผลึกสีขาว ดูดความชื้นได้ง่ายเสื่อมสลายเมื่อถูกแสง

สูตรโครงสร้าง

ออกฤทธิ์โดยการไปกระตุ้นปลายประสาทอัตโนมัติประเภทซิมพาเธติก (sympathetic) ซึ่งเป็นระบบประสาทที่ทำหน้าที่ยามคุณตื่นเต้น ตกใจ ทำให้หัวใจเต้นเร็ว เพื่อตอบโต้ให้ทันสถานการณ์ที่ต้องต่อสู้ หรือออกกำลังกาย อยู่ที่ชั้นกล้ามเนื้อของหลอดเลือด มีผลทำให้หลอดเลือดเกิดการหดรัดตัว ทำให้น้ำภายในหลอดเลือดไหลออกไปเนื้อเยื่อของจมูกน้อยลง ลดการสร้างเมือกที่เยื่อบุจมูก จึงมีผลในการบรรเทาอาการคัดจมูก และลดน้ำมูกให้น้อยลง

ซูโดเอฟรีดรีนใช้ลดอาการบวมของเยื่อบุจมูก ทำให้อาการคัดจมูกดีขึ้น ปกติมีทั้งแบบชนิดกิน และแบบใช้เฉพาะที่ คือพ่นเข้าไปในจมูก หรือหยอดจมูก ใช้ในกรณีที่ต้องการให้เกิดการหดตัวของเยื่อบุจมูกอย่างรวดเร็ว เช่น มีไซนัสอักเสบเฉียบพลัน หรือมีอาการปวดหูตอนเครื่องบินลง ไม่ควรใช้ยาแบบพ่นหรือหยอดนี้ติดต่อกันเป็นระยะเวลามากกว่า 3-5 วัน เนื่องจากจะทำให้เกิดอาการคัดจมูกอย่างทันทีเมื่อเลิกใช้ (Rebound Phenomenon) และทำให้จมูกอักเสบมากขึ้นได้

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้จากการใช้ซูโดเอฟีดรีน คือ ผลจากการกระตุ้นประสาท หงุดหงิด ตกใจง่าย มีนศีรษะ นอนไม่หลับ ใจสั่น มีรายงานของการพบว่าทำให้เกิด อาการหลอนทางประสาท หัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันโลหิตสูง ชัก ลำไส้ใหญ่อักเสบจากการขาดเลือด ด้วย แต่พบได้ไม่บ่อยนัก

ข้อควรระวังในการใช้ยาซูโดเอฟีดรีน ได้แก่ ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน เป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ต่อมลูกหมากโต ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ และต้อหินบางชนิด รวมทั้งผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ผู้ที่มีภาวะเหล่านี้ ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนการใช้ยา หรือสามารถใช้น้ำเกลือพ่นจมูกหรือล้างจมูกแทนการใช้ยาได้

ผู้ที่ห้ามใช้ยาซูโดเอฟีดรีน ได้แก่ ผู้ที่กำลังใช้ยา (หรือหยุดยามาไม่เกิน 14 วัน) ในกลุ่ม Monoamine oxidase inhibitor ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงขั้นรุนแรง โรคหัวใจขาดเลือดขั้นรุนแรง รวมทั้งผู้ป่วยที่เป็นโรคไบโพลาร์ (Bipolar Disorder) เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ และนำไปสู่การกระตุ้นให้เกิดการกำเริบของอาการได้

ทำไมซูโดเอฟิดรีนจึงเป็นสารตั้งต้นในขบวนการยาเสพติด?

นพ.สมศักดิ์ หวานกิจเจริญ (2550) กล่าวว่า มีการใช้ยาซูโดเอฟีดรีนในผู้ที่ต้องขับรถทางไกลหรือนักกีฬา โดยหวังผลในการกระตุ้นให้ประสาทตื่นตัวตลอดเวลา แต่มักไม่ค่อยได้ผล เนื่องจากซูโดเอฟีดรีนมีผลต่อระบบประสาทน้อยมาก ยกเว้นในรายที่ไวต่อยาอย่างมากเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่ถือว่าสารนี้เป็นสารเสพติด แต่เป็นสารที่จะต้องควบคุม เนื่องจากสามารถนำไปผลิตเป็นสารเมธแอมเฟตามีนซึ่งเป็นสารเสพติด และออกฤทธิ์อย่างรุนแรงต่อระบบประสาทได้(1) นายชาติชาย สุทธิกลม (2552) กล่าวว่า จากมาตรการปราบปรามสารตั้งต้นได้รับความร่วมมือจากหลายประเทศในการสกัดกั้น และปราบปรามอย่างหนัก ทำให้ขบวนการค้ายาเสพติดได้เปลี่ยนแปลงแหล่งที่มาของสารตั้งต้น ซึ่งผู้ผลิตยาบ้าต้องดัดแปลง และคิดค้นสูตรผลิตยาบ้าใหม่ๆตลอดเวลา อีกทั้งสารเคมีประเภทอื่นหายากมากขึ้น จึงมีการนำสารซูโดเอฟีดรีน ในยาลดน้ำมูกไปเป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาบ้า(3) และนายวิทยา แก้วภราดัย (25 เม.ย. 2555) กล่าวว่า นอกจากจะมีการลักลอบนำยาแก้หวัดสูตรซูโดเอฟีดรีนออกจากโรงพยาบาลแล้ว ยังพบการลักลอบนำเข้ายาซูโดเอฟรีดีนจากประเทศเกาหลีตั้งแต่ปี 2553 ถึงปัจจุบันรวม 9 ครั้ง จำนวนประมาณ 87 ล้านเม็ด ซึ่งแท้จริงเมื่อนำเข้าจะต้องผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แต่กลับไม่มีการดำเนินการ(4) 

ซูโดเอฟรีดรีนเป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาบ้าได้อย่างไร?

สารเสพติดที่กำลังระบาดในประเทศเรา คือ เมธแอมเฟตามีน หรือ ยาบ้า มีการลักลอบตั้งโรงงานผลิตบริเวณชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งการสังเคราะห์ทำได้หลายวิธี จากสารตั้งต้นหลายชนิด การผลิตแบบนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นโรงงาน เพราะใช้เครื่องมือเท่าที่หาได้ในบ้านหรือตามห้องแลบเคมี (เรียกว่า Clandestine lab) ซึ่งวิธีสังเคราะห์ยาบ้าอย่างง่ายจะใช้สารตั้งต้นเป็น เอฟริดีน หรือ ซูโดเอฟีดรีน ร่วมกับสารเคมีอีก 2 ตัวที่หาได้ง่ายๆ  

เอฟริดีน และซูโดเอฟีดีนมีสูตรโครงสร้างเหมือนกัน ต่างกันเพียงการบิดของพันธะเคมีที่หมู่ -OH ในโมเลกุล (เรียกว่าเป็น stereo isomer ของกันและกัน) แต่เมื่อเกิดปฏิกิริยา reduction ดึงหมู่ -OH ออก ทั้งสองตัวก็เปลี่ยนเป็นเม็ทแอมเฟตามีน (methamphetamine) ได้ ซึ่งเม็ทแอมเฟตามีนที่ผลิตได้อาจไม่บริสุทธิ์นัก มีสีไม่ขาวใส มีตัวยาราว 20 มิลลิกรัม ในขณะที่ยาซูโดเอฟีดรีน มีตัวยาเม็ดละ 60 มิลลิกรัม เป็นที่มาของข่าวว่า 1 เม็ดทำยาบ้าได้ 3 เม็ด การนำเมธแอมเฟตามีนมาทำให้บริสุทธิ์ จะได้ผลึกลักษณะเหมือนเกล็ดน้ำแข็ง จึงเรียกว่า ยาไอซ์ ขายกันราคาสูงกว่ายาบ้าหลายเท่าตัว แต่ไม่ว่าจะเสพยาบ้าหรือยาไอซ์ เราก็สามารถตรวจปัสสาวะผู้เสพหาสารเมธแอมเฟตามีนได้(5) และการตรวจพิสูจน์ซูโดอีเฟดรีน โดยใช้หลักการปฏิกิริยาการเกิดสี ด้วยน้ำยาเคมี ซึ่งซูโดอีเฟดรีนจะทำให้เกิดสีม่วงได้เช่นเดียวกัน (วิยะดา อัครวุฒิ, 2555)(6)

แนวทางการจัดการปัญหาการใช้ซูโดเอฟรีดรีนเป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาบ้าเป็นอย่างไร? 

เห็นได้ว่าซูโดเอฟรีดรีนเป็นยาที่มีประโยชน์มาก แต่ปัจจุบันถูกนำไปเป็นสารตั้งต้นผลิตยาบ้า ถึงแม้จะมีการกวดขันทั้งการปราบปราม ควบคุมสารตั้งต้นแล้วก็ตาม

เมื่อวันที่ 21 ก.ค. พ.ศ. 2554 นพ.พงศ์พันธ์ วงศ์มณี รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่ประชุมกรรมการยามีมติให้ปรับสถานะยาแก้หวัดชนิดเม็ด/แคปซูล ที่มีส่วนผสมของ ซูโดเอฟรีดรีน 3 สูตร ได้แก่ 1. Pseudoephedrine และ Triprolidine 2. Pseudoephedrine และ Brompheniramine 3. Pseudoephedrine และ Chlorpheniramine เปลี่ยนจากยาอันตรายให้เป็น “ยาควบคุมพิเศษ” โดยมีเงื่อนไขให้จำหน่ายได้เฉพาะในสถานพยาบาลของรัฐ และสถานพยาบาลเอกชนประเภทรับผู้ป่วยไว้ค้างคืน(7)

ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ.2555 นายวิทยา บรุณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศให้มีการเปลี่ยนแปลงประประเภทของยาตำรับที่มีซูโดเอฟรีดรีน เป็นส่วนผสมเพื่อการบำบัดรักษา เป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 ซึ่งไม่อนุญาตให้สถานพยาบาลที่ไม่มีใบอนุญาตให้มีไว้ครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 และร้านขายยาทุกแห่งจำหน่ายยาดังกล่าว(8)

เมื่อยาแก้หวัด ซูโดเอฟรีดรีน ไม่สามารถจำหน่ายได้ในสถานพยาบาลที่ไม่มีใบอนุญาตให้มีไว้ครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 และในร้านขายยาแล้ว จึงต้องมีการใช้ยาอื่นๆที่มีสรรพคุณในการรักษาเช่นเดียวกับซูโดเอฟรีดรีน เช่น เฟนนิลเอฟรีน (Phenylephrine) จากการศึกษาของ Hatton et al,  พบว่ายา phenylephrine ขนาด 10 mg มีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการคัดจมูกไม่แตกต่างจากยาหลอก แต่พบว่า phenylephrine ในขนาด 25 mg มีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการคัดจมูกดีกว่ายาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ(9)

บทสรุป

จากสถานการณ์เกี่ยวกับยาซูโดเอฟีดรีนที่เป็น ข่าวตามสื่อต่างๆส่วนใหญ่มุ่งความสนใจไปที่โทษของซูโดเอฟิดรีนที่เป็นสาร ตั้งต้นในการผลิตยาบ้า ทำให้ต้องมีมาตรการควบคุมการใช้อย่างเข้มงวด แต่อย่างไรก็ตามยาซูโดเอฟีดรีนก็มีประโยชน์ในทางเภสัชกรรมเป็นอย่างมาก คือ เป็นยาแก้คัดจมูกที่มีประสิทธิภาพดี หากใช้ยาซูโดเอฟีดรีน ถูกคน ถูกโรค ถูกขนาด ถูกวิธี ซูโดเอฟีดรีนก็จะเปรียบเสมือนพระเอก แต่หากใช้ในทางที่ผิดก็จะเปรียบเสมือนผู้ร้าย สถานการณ์ดังกล่าวจึงเป็นตัวอย่างที่ดีของคำกล่าวที่ว่า “ยามีคุณอนันต์ แต่ก็มีโทษมหันต์” ซึ่งอยู่ที่เจตนาว่าจะนำไปใช้ในทางใด (11)

เอกสารอ้างอิง

1. สมศักดิ์ หวานกิจเจริญ 2550, ไม่ตกยุค..มารู้จัก ซูโดเอฟริดีน (PseudoEphedrine) กันเถอะ, สาระน่ารู้ หู คอ จมูก โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ศูนย์ หู คอ จมูก รพ.กรุงเทพ, 26 มีนาคม, เข้าถึงเมื่อ 1 พฤษภาคม 2555, http://www.bangkokhospital.com/ent/?p=60

2. ศูนย์วิทยาการบริการ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา 2555, “ซูโดเอฟรีดรีน คือ อะไร”, เข้าถึงเมื่อ 1 พฤษภาคม 2555, http://elib.fda.moph.go.th/library/default.asp?page2=subdetail&id_L1=27&id_L2=27761&id_L3=3025

3. ชาติชาย สุทธิกลม 2552, “ยาลดน้ำมูกมีสารสูโดเอฟรีดีนใช้ทำยาบ้าได้ซื้อเกิน6แผงจำคุก15ปี”, อิสระโพสต์, 18 มีนาคม, เข้าถึงเมื่อ 1 พฤษภาคม 2555, http://www.isarapost.net/overview.php?c=9&id=6247

4. วิทยา แก้วภราดัย 2555, “กมธ.สอบปัญหาสารซูโดเอฟรีดีน สผ. พบข้อมูลหลักฐานการส่อทุจริต ส่งให้ดีเอสไอดำเนินการ”, ข่าววิทยุรัฐสภา สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา, 25 เมษายน, เข้าถึงเมื่อ 1 พฤษภาคม 2555, http://www.radioparliament.net/news1/news.php?id_view=3976

5. พงษ์เพ็ชร คงพ่วง 2555, “ซูโด ไอซ์ แคร๊ก”, Medtec today, 12 เมษายน, เข้าถึงเมื่อ 1 พฤษภาคม 2555, http://www.medtechtoday.org/index.php/en/mt-knowledge/251-2012-04-12-02-32-47

6. พวงชมพู  ประเสริฐ 2555, “เหตุไฉน!!'ซูโดอีเฟดรีน' ถึงเป็นสารตั้งต้นยาเสพติด”, คม ชัด ลึก, เข้าถึงเมื่อ 1 พฤษภาคม 2555, http://www.komchadluek.net/detail/เหตุไฉน!!'ซูโดอีเฟดรีน' ถึงเป็นสารตั้งต้นยาเสพติด.html

7. อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล 2555, “ซูโดอีเฟดรีน ยาดีหรือยาบ้า”, 7 เมษายน, เข้าถึงเมื่อ 1 พฤษภาคม 2555, http://www1.bangkokvoice.com/blogs/200901082233242313/entry/142

8. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข 2555, “ระบุชื่อและจัดแบ่งประเภทวัตถุออกฤทธิ์ (เพิ่มเติม)”, 3 เมษายน, หน้า 64, เข้าถึงเมื่อ 1 พฤษภาคม 2555, http://narcotic.fda.moph.go.th/welcome/wp-content/uploads/2012/01/pseudo-type21.pdf

9. Hatton RC, Winterstein AG, McKelvey RP, Shuster J, & Hendeles L 2007. “Efficacy and safety of oral phenylephrine: systematic review and meta-analysis”, Ann Pharmacother. March, no. 3, pp. 381-90, viewed 1 May 2012, http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/17264159

10. พงศธร มีสวัสดิ์สม 2555, “ซูโดเอฟีดรีน (pseudoephedrine) พระเอกหรือผู้ร้าย”, คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล, เข้าถึงเมื่อ 1 พฤษภาคม 2555, http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/thai/knowledgeinfo.php?id=94

 

จัดทำโดย

นักศึกษาเภสัชศาสตร์ตัสนีม ลอแต

วันที่จัดทำ 3 พฤษภาคม 2555

Comment

Comment:

Tweet