เมลาโทนินคืออะไร

posted on 15 Mar 2012 07:57 by sirinpharmacy in Supplements

Melatonin คืออะไร ???

Melatonin หรือที่อาจจะรู้จักในชื่อทางเคมีคือ N-acetyl-5-methoxytryptamine หรือ N-[2-(5-Methoxy-1H-indol-3-yl) ethyl] acetamide เป็นฮอร์โมนธรรมชาติชนิดหนึ่ง  ซึ่งถูกสร้างโดย Pineal gland ที่สมอง การหลั่งของฮอร์โมนชนิดนี้จะถูกกระตุ้นโดยความมืด และถูกยับยั้งโดยแสง เมื่อการหลั่งของ Melatonin เพิ่มขึ้นคนเราจะมีความรู้สึกตื่นตัวลดลงหรือเฉื่อยชาลง รวมถึงอุณหภูมิของร่างกายก็เริ่มลดต่ำลง ทำให้เหมาะสำหรับการนอนมากขึ้น และระดับ Melatonin จะลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงเช้ามืดของวันใหม่ ส่วนระดับของ Melatonin ในระหว่างวันนั้นต่ำมากจนกระทั่งนักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถตรวจวัดได้ ด้วยเหตุที่ระดับของ Melatonin ขึ้นลงตามวงจรของความมืด-ความสว่าง (light-dark cycle) ทำให้ทั้งมนุษย์หรือแม้กระทั่งพืช ซึ่งก็มีฮอร์โมนนี้เช่นกัน มีความตื่นตัวในระหว่างวัน โดยที่ระดับของ Melatonin จะเพิ่มขึ้นสูงสุดเมื่อเวลา 2.00 น. ในเด็กที่มีสุขภาพดีทั่วไป และจะเพิ่มขึ้นสูงที่สุด เมื่อเวลา 3.00 น. ในผู้ที่สูงอายุ นอกจากนี้แล้วปริมาณการผลิต Melatonin โดยร่างกายยังลดลงเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งก็เป็นอีกคำตอบหนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่าเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้สูงอายุต้อง พบกับปัญหาในการนอนไม่หลับมากกว่าผู้ที่อายุยังน้อย (1,2)

 

รูปที่ 1:โครงสร้างทางเคมีของ N-acetyl-5-methoxytryptamine

รูปภาพจาก : http://www.freakwhey.com/?m=webboard&a=show&topic_id=140&cate_id=8

การสร้างเมลานินของร่างกาย (3)

การสร้างเมลาโทนินจึงถูกกระตุ้นโดยความมืดและการหลั่งจะถูกยับยั้งโดยแสงสว่าง นั่นคือเมื่อมีแสงสว่าง ต่อมไพเนียล จะหลั่งเมลาโนโทนิน น้อยลง ถ้าไม่มีแสงสว่างจะมีผลให้มีการผลิตเมลาโทนินมากขึ้น มีความเชื่อว่า ฮอร์โมนนี้จะหลั่งออกมาตามวงจรชีวิต หรือวัฎจักรประจำวัน (biological rhythm) ใน 24 ชั่วโมงที่เกี่ยวข้องกับแสงสว่างและความมืด (circadian rhythm) เช่นวงจรการตื่นและการหลับ ฤดูกาลผสมพันธุ์

การเปลี่ยนจากซีโรโทนินไปเป็นเมลาโทนินเพิ่มขึ้นในเวลากลางคืน ทำให้เห็นในเวลากลางคืนได้ดีขึ้น ทำให้สายตาเห็นได้ดี เมื่ออยู่ในที่สลัวๆหรือเมื่อมีแสงสว่างน้อย การสร้างเมลาโทนินจึงถูกกระตุ้นโดยความมืด และการหลั่งจะถูกยับยั้งโดยแสงสว่าง นั่นคือเมื่อมีแสงสว่าง ต่อมไพเนียล จะหลั่งเมลาโนโทนินน้อยลง ถ้าไม่มีแสงสว่างจะมีผลให้มีการผลิตเมลาโทนินมากขึ้น มีความเชื่อว่าฮอร์โมนนี้จะหลั่งออกมา ตามวงจรชีวิตหรือวัฎจักรประจำวัน (biological rhythm)ใน 24 ชั่วโมงที่เกี่ยวข้องกับแสงสว่าง และความมืด (circadian rhythm) เช่นวงจรการตื่น และการหลับ ฤดูกาลผสมพันธุ์

 

รูปภาพจาก : http://www.freakwhey.com/?m=webboard&a=show&topic_id=140&cate_id=8

การหลั่งของเมลาโทนินในรอบประมาณ 24 ชั่วโมง (circadian rhythm) ของคนวัยเจริญพันธุ์ ในเวลากลางคืน  จะมีการสร้างเมลาโทนินมาก โดยจะเริ่มสร้างตั้งแต่เวลา 2100-22.00 น. และมีการสร้างมากขึ้นเรื่อยๆจนถึงระดับสูงสุดเวลา 02.00-04.00น. คือประมาณ 60-70 พิโคกรัมต่อมิลลิเมตรของพลาสมา (1 พิโคเท่ากับ 10 -12) แล้วจะลดลงเรื่อยๆจนกระทั่ง 07.00-08.00น.ถึงหยุดสร้าง ซึ่งจะเหลือค่าต่ำสุดประมาณ 7 พิโคกรัมต่อมิลลิเมตร

 

รูปภาพจาก : http://www.freakwhey.com/?m=webboard&a=show&topic_id=140&cate_id=8

ทารกที่อยู่ในครรภ์มารดา จะได้รับเมลาโทนินผ่านทางรกของมารดา แต่เมื่อทารกกำเนิดต่อมไพเนียลของทารกต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือน จึงจะเจริญจนผลิตฮอร์โมนได้และจะผลิตเพิ่มได้สูงสุดเมื่ออายุประมาณ 1ปี  และจะสูงในระดับนี้จนอายุประมาณ 5-6 ปี  หลังจากนั้นจะลดต่ำลง โดยเฉพาะในวัยรุ่นเมลาโทนินจะลดลงมาก เมื่ออายุ 70-80 ปีอาจวัดไม่ได้ ซึ่งสอดคล้องกับ การวิจัยที่พบว่าในวัยรุ่นที่มีเมลาโทนินสูงจะเป็นหนุ่มสาวช้ากว่ากำหนด  ดังนั้นจะเห็นว่าเมื่ออายุมากขึ้นทั้งระดับเมลาโทนิน และฮอร์โมนอื่นจะลดน้อยลง เช่น เทสโทสเทอโรน อีสโทรเจน โพรเจสเทอโรน และโกรทฮอร์โมน

ขนาดในการรับประทาน (1)


ขนาดที่เหมาะสมของ Melatonin จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล เนื่องจากความแตกต่างในอัตราการดูดซึมและเมทาบอลิซึมซึ่งมีผลต่อการออกฤทธิ์ของ Melatonin

ผู้ใช้ Melatonin บางคนจะเริ่มต้นจากการ รับประทานในขนาด 3 มิลลิกรัมก่อนนอนในครั้งแรก และทำการปรับขนาดรับประทาน โดยถ้าพบว่าเมื่อ รับประทานแล้วการหลับเป็นไปได้ดีแต่มีอาการง่วง หรือมึนงงในตอนเช้าก็จะลดขนาดลงเหลือครึ่งหนึ่งในวันถัดไป ในทางตรงกันข้ามถ้าพบว่า  เมื่อรับประทานยังคงมีอาการนอนไม่หลับอยู่บ้าง หรือนอนไม่หลับเลยก็จะเพิ่มขนาดยาขึ้นไปคืนละ 3 มิลลิกรัมจนกระทั่งได้ผลที่พึงพอใจ โดยมากแล้วขนาดที่ผู้ใช้พบว่าได้ผลที่ดีจะอยู่ในช่วงระหว่าง 3 ถึง 10 มิลลิกรัม แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อสรุปถึงขนาดในการใช้ที่แน่นอน และมีข้อแนะนำในการรับประทานติดต่อกันเพียงระยะสั้นคือไม่เกิน 2 อาทิตย์ และควรแจ้งให้แพทย์ทราบว่าได้รับประทาน Melatonin ด้วยเช่นเดียวกับยาและอาหารเสริมอื่นๆ

รูปแบบที่มีจำหน่าย

 

รูปแบบแคปซูล : ขนาด 1 mg, 2.5 mg, 3 mg, และ 5 mg
รูปแบบน้ำ : ขนาด 1 mg/ml และ 1 mg/4 ml
รูปแบบยาอม (Lozenges) : ขนาด 0.5 mg และ 3 mg
รูปแบบเม็ดอมใต้ลิ้น : ขนาด 2.5 mg
รูปแบบเม็ด : ขนาด 0.2 mg, 0.3 mg, 0.5 mg, 1 mg, 3 mg และ 5 mg
รูปแบบเม็ดปลดปล่อยตามช่วงเวลา (Time release tablets) : 1 mg, 2 mg และ 3 mg

เนื่องจาก Melatonin พบได้ตามธรรมชาติในอาหารบางชนิด จึงถูกจัดเป็นอาหารเสริมในสหรัฐอเมริกา แต่ในประเทศไทยเองนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจัดประเภท Melatonin เป็นยาชนิดหนึ่ง ดังนั้น Melatonin จึงถูกควบคุมการนำเข้าอย่างเข้มงวด และไม่สามารถจดทะเบียนเป็นอาหารเสริมได้ในประเทศไทย

อันตรายจากยาฮอร์โมนเมลาโทนิน : อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่เป็นฮอร์โมนแห่งความมืด (หรือแห่งการนอนหลับ) จึงมีข้อควรระวังเมื่อแพทย์สั่งฮอร์โมนนี้ให้กับคนไข้ด้วยเช่น ต้องระวังการทำงานกับเครื่องจักรกลหรือการขับขี่ยานพาหนะ นอกจากนั้นอาจจะมีอาการข้างเคียงได้ด้วย (แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นทุกคนหรอกนะคะ) เช่น 

- อาจจะทำให้คนไข้สับสน ตัดสินใจช้า

- รู้สึกไม่สบาย กระอักกระอ่วนในช่องท้อง

- ปวดศีรษะ

- ฝันร้าย

- ง่วงนอนระหว่างช่วงกลางวัน

- ละเมอ

นอกจากนี้เมลาโทนินอาจจะมีผลรบกวนกันกับยาอื่น (ภาษาแพทย์เรียกว่า "ยาตีกัน") ที่แพทย์สั่งอยู่ได้เช่น ยาต้านเลือดแข็งตัว ยาคุมกำเนิด ยาโรคเบาหวาน และยาที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน ดังนั้นการใช้งานจึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ด้วย

ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยงสารเมลาโทนิน   คือ เด็ก สตรีที่ตั้งครรภ์ และมารดาที่ให้นมบุตร ผู้ป่วยที่มีโรคภูมิแพ้ที่รุนแรง ผู้หญิงที่มีความประสงค์จะตั้งครรภ์ เนื่องจากการใช้ Melatonin ในปริมาณสูงอาจทำให้เกิดผลในการยับยั้งการตกไข่ในผู้หญิงได้  ผู้ที่ทำงานกับเครื่องจักรกลที่มีความอันตราย เนื่องจากการใช้ Melatonin อาจทำให้เกิดการง่วงซึมได้ทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน  ผู้ป่วยโรคลมชัก  ผู้ที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไปและมีการใช้ยานอนหลับ หรือสมุนไพรในการรักษาอาการ  นอนไม่หลับ (4)

การปฎิบัติตนโดยไม่ต้องพึ่งเมลาโทนิน (2)

- ทำงาน และเพิ่มเวลาการรับแสงแดดหรือแสงอื่นๆ ในเวลากลางวัน นอนหลับ และหลีกเลี่ยงแสงจ้าในเวลากลางคืน

- ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา เพื่อให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินเอง ทำให้ร่างกายสดชื่นมีความสุข

- ไม่สูบบุหรี่ และดื่มสุรามากเกินไป ซึ่งจะไปเร่งปฎิกริยาออกซิเดชั่นทำให้แก่เร็ว

- รับประทานอาหารที่มีเมลาโทนินสูงคือ ข้าวโอ๊ต, ข้าวโพดหวาน, ข้าว, ขิง, มะเขือเทศ, กล้วย, ข้าวบาร์เลย์

- รับประทานอาหารที่มีปริมาณ TRYPTOPHAN สูง ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของการสังเคราะห์เมลาโทนิน ได้แก่ สาหร่าย SPIRULINA, ถั่วเหลือง, เนยแข็ง, ตับไก่, เมล็ดฟักทอง, เม็ดแตงโม, เต้าหู้, ถั่วอัลมอนด์, ถั่วลิสง, นม, ไอศครีม, โยเกิร์ต

- ลดความเครียดด้วยการนั่งสมาธิ จะทำให้ระดับเมลาโทนินสูงขึ้น

เอกสารอ้างอิง :

  1. อมรรัตน์  นรานันทรัตน์. (2011). เมลาโทนิน ทางเลือกใหม่ของผู้ที่มีปัญหานอนไม่หลับ. ค้นเมื่อ 10 มีนาคม 2555, จาก www.melatonin.com/melatonin-fag.htm
  2. illuminati. (2553). Melatoninคืออะไร. ค้นเมื่อ 12 มีนาคม 2555, จาก http://www.freakwhey.com/?m=webboard&a=show&topic_id=140
  3. Reiter RJ. The pineal gland and melatonin in relation to aging: a summary of the theories and of the data. Exp Gerontol 1995; 30: 199-212.
  4. กัลยาณี  เกื้อก่อพรม. (2552). เข้าใจเรื่องเมลาโทนินกันดีกว่า. ค้นเมื่อ 10 มีนาคม 2555, จาก http://www.gotoknow.org/blogs/posts/304967?
จัดทำโดย นักศึกษาเภสัชศาสตร์ชลธิชา อินสม
วันที่จัดทำ 15 มีนาคม 2555

Comment

Comment:

Tweet