รางจืด

posted on 12 Mar 2012 12:40 by sirinpharmacy in miscellaneous
รางจืด
 

รูปภาพจาก: http://t0.gstatic.com/imagesq=tbn:ANd9GcRnEWHubAk3ZW4lCMGVdnhryUVG5nS2N6JnYXuPS2gdFTUyvePB0w

ชื่อวิทยาศาสตร์: Thunbergia laurifolia Lindl.1

ชื่อวงศ์: Acanthaceae1

ชื่อสามัญ: Laurel clockvine, blue trumphet vine2

ชื่ออื่นๆ: กำลังช้างเผือก, ขอบชะนาง, เครือเขาเขียว, ยาเขียว (ภาคกลาง) รางเย็น (ยะลา) ดุเหว่า(ปัตตานี) ทิดพุด (นครศรีธรรมราช) น้ำนอง( สระบุรี) ย่ำแย้, แอดแอ (เพชรบูรณ์)1

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์:

รางจืดเป็นไม้เถา ไม่มีเนื้อไม้ เถาอ่อนสีเขียวเป็นมัน มักเลื่อยพาดพันไปบนต้นไม้อื่น ใบเป็นใบเดี่ยวสีเขียวเข้ม เรียงตรงข้าม รูปขอบขนานหรือรูปไข่ กว้าง 4-7 ซม. ยาว 8-15 ซม. ปลายเรียวแหลมโคนเว้าหรือหยักรูปหัวใจ ขอบใบเรียบหรือหยักตื้น เส้นใบมี 5 เส้น ออกจากฐานใบที่เดียวกัน ดอกช่อ ออกตามซอกใบใกล้ปลายยอด ช่อละ 3-4 ดอก กลีบดอกแผ่ออกเป็นรูปแตร ปลายแยกเป็น 5 แฉก สีม่วงแกมน้ำเงิน ผลเป็นผลแห้งแล้วแตก รูปทรงกลม ปลายสอบแหลมเป็นจะงอย เมื่อผลแก่จะแตก 2 ซีกจากจะงอย

รูปภาพจาก: http://mct.aacrjournals.org/content/5/12/3294/F1.expansion

รูปภาพจาก: http://wildflowerfinder.org.uk/Flowers/H/Holly/Holly.htm

 

 

รูปภาพจาก:  http://en.wikipedia.org/wiki/File:Protocatechuic_acid.png

 

รูปภาพจาก:  http://wildflowerfinder.org.uk/Flowers/B/Broom/Broom.htm

ประกอบไปด้วยกลุ่มโพลีฟีนอล(polyphenol)  ได้แก่  กรดฟีนอลิค (phenolic acid)  เช่น  กรดแกลลิก(gallic acid), กรดคาเฟอิค (caffeic acid)  ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ, กรดโปรโตคาเทคซูอิค (protocatechuic acid)  อีกกลุ่มคือฟลาโวนอยด์(flavonoid) ได้แก่ อาพิจินิน (apigenin) และอาพิจินิน กลูโคไซด์ (apigenin glucoside) โดยเฉพาะอาพิจินิน ซึ่งเป็นสารสำคัญในรางจืดที่สามารถยับยั้งพิษของสารหนูในการเปลี่ยนการควบคุม (deregulation) ของความเครียดเส้นใย (stress fiber) ซึ่งมีความจำเพาะต่อการจัดเรียงโครงร่างของเซลล์ นอกจากนี้โพลีฟีนอลยังเป็นตัวเก็บสารอนุมูลอิสระ เนื่องด้วยเป็นกลุ่มไฮดรอกซิลในโครงสร้างทางเคมี จึงสามารถจับสารอนุมูลอิสระและกําจัดออกไป รวมถึงช่วยป้องกันกระบวนการของโรครายต่างๆ  โดยเพิ่มประสิทธิภาพของสารต้านอนุมูลอิสระและสร้างเสริมกระบวนการของเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่  กลูตาไธโอน-รีดักเทส  (glutathione reductase)  และกลูตาไธโอน-เอส-ทรานสเฟอเรส (glutathione-S-transferase)3

การศึกษาทางเภสัชวิทยา:

1.ฤทธิ์ต้านพิษของสารกำจัดศัตรูพืช นักวิจัยไทยได้ศึกษาฤทธิ์ของรางจืดในการต้านพิษของสารพิษต่างๆ มานานกว่า 20 ปีแล้ว ที่สำคัญได้แก่ การศึกษาฤทธิ์ต้านพิษของสารกำจัดศัตรูพืชกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต (organophosphates) (เช่น Folidol®(methyl parathion)4, parathion5) และยาฆ่าหญ้าพาราควอต6(paraquat) ในสัตว์ทดลอง โดยให้สารสกัดด้วยน้ำของรางจืดทางปากหลังจากได้รับสารกำจัดศัตรูพืชเหล่านั้น พบว่าช่วยลดพิษของสารกำจัดศัตรูพืชได้ ทำให้อัตราการตายของหนูทดลองลดลง4-6

2.ฤทธิ์ต้านพิษของสุรา จากการที่ประชาชนส่วนหนึ่งได้นำรางจืดมาใช้ในการต้านพิษของสุรา เช่น ใช้เพื่อป้องกันหรือลดอาการเมาเหล้า คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงได้ศึกษาวิจัยฤทธิ์ของรางจืดในการต้านพิษของแอลกอฮอล์ต่อตับ พบว่าสารสกัดด้วยน้ำของรางจืดช่วยป้องกันการตายของเซลล์ตับจากพิษของแอลกอฮอล์ทั้งในหลอดทดลองและในหนูแรตที่ได้รับแอลกอฮอล์7 โดยทำให้ค่า AST, ALT ในพลาสมาและ triglyceride ในตับลดลง และลดการเปลี่ยนแปลงทางจุลพยาธิวิทยาของตับเมื่อเปรียบเทียบกับหนูที่ได้รับแอลกอฮอล์อย่างเดียว ทั้งนี้ส่วนหนึ่งน่าจะเนื่องจากสารสกัดด้วยน้ำของรางจืดช่วยลดการเกิด hepatic lipid peroxidation, ลดระดับแอลกอฮอล์ในเลือด, และเพิ่มระดับเอนไซม์ alcohol dehydrogenase และ aldehyde dehydrogenase8

3.ฤทธิ์ต้านพิษของตะกั่วต่อสมอง เมื่อให้สารสกัดด้วยน้ำของรางจืดแก่หนูถีบจักรที่ได้รับตะกั่วในน้ำดื่มพบว่าไม่มีผลต่อระดับตะกั่วในเลือด แต่ช่วยลดพิษของตะกั่วที่ทำให้การเรียนรู้และความจำของหนูลดลง โดยรางจืดทำให้เซลล์ประสาทตายน้อยลง เพราะช่วยรักษาระดับของ capsase-3 activity, total anti-oxidant activity และ anti-oxidant enzymes ในสมองหนู9

4.ฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด หนูปกติที่ได้รับน้ำคั้นใบรางจืดสดขนาด 40 มก./มล. น้ำต้มใบรางจืดแห้งขนาด 300 และ 600 มก./มล. และหนูเบาหวานที่ได้รับน้ำต้มใบรางจืดแห้งปริมาณ 600 มก./มล. ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่น้ำคั้นใบรางจืดสดขนาด 50 มก./มล.ที่ให้หนูเบาหวานดื่มแทนน้ำนาน 12 วันไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด10 เมื่อให้สารสกัดด้วยน้ำของใบรางจืดขนาด 60 มก./มล./วัน ในหนูเบาหวานนาน 15 วัน พบว่ามีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด11

5.ฤทธิ์ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด สารสกัดด้วยน้ำของใบรางจืดแห้งมีผลทำให้ความดันโลหิตของหนูแรตที่สลบด้วย sodium pentobarbital ลดลง โดยกลไกการออกฤทธิ์ส่วนหนึ่งอาจผ่าน Cholinergic receptor และทำให้เส้นเลือดแดงที่แยกจากสายสะดือจากทารกแรกคลอดหดตัวก่อนแล้วตามด้วยการคลายตัว ในกรณีที่ความเข้มข้นสูง การคลายตัวจะเด่นชัดและออกฤทธิ์อยู่ได้นานกว่า12

6.ฤทธิ์ต่อกล้ามเนื้อเรียบ สารสกัดด้วยน้ำของใบรางจืดแห้งทำให้กล้ามเนื้อเรียบของลำไส้หนูแรตคลายตัวในช่วงเวลาสั้นๆ แล้วตามด้วยการหดตัวอย่างเด่นชัดและฤทธิ์คงอยู่ได้นาน โดยเพิ่มทั้งความตึงตัว (tonus) และแรงบีบตัว (contractile force) และมีความสัมพันธ์กับความเข้มข้นของสารสกัด กลไกการออกฤทธิ์ไม่ผ่าน cholinergic หรือ histaminergic receptors แต่เป็นผลโดยตรงของสารสกัดต่อกล้ามเนื้อเรียบ นอกจากนี้ยังกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อเรียบของหลอดลมหนูตะเภา และกล้ามเนื้อเรียบของมดลูกหนูแรต โดยความตึงตัวของกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นในขณะหดตัวมีความสัมพันธ์กับความเข้มข้นของรางจืด12

บัญชียาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติที่ประกาศในเดือนมีนาคม 2554 รางจืดเป็นยาพัฒนาจากสมุนไพรในส่วนของเภสัชตำรับโรงพยาบาลในบัญชียาหลักแห่งชาติ โดยได้ระบุข้อบ่งใช้ ขนาดใช้ ข้อควรระวังของยาชง และยาแคปซูลรางจืดไว้ดังนี้

ข้อบ่งใช้ ถอนพิษเบื่อเมา ถอนพิษไข้ แก้ร้อนใน

ขนาดใช้ 

กรณีถอนพิษเบื่อเมา

ยาชง รับประทานครั้งละ 2-3 กรัม โดยชงกับน้ำร้อน 150-200 ซีซี วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร หรือเมื่อมีอาการ

กรณีถอนพิษไข้ แก้ร้อนใน

ยาแคปซูล รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม – 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร

ยาชง รับประทานครั้งละ 2-3 กรัม โดยชงกับน้ำร้อน 150-200 ซีซี วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร หรือเมื่อมีอาการ

ข้อควรระวัง 

1. ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยเบาหวาน เพราะอาจทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

2. ควรระวังการใช้ร่วมกับยาอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาอื่นอย่างต่อเนื่อง เพราะรางจืดอาจเร่งการขับยาเหล่านั้นออกจากร่างกาย

เมนูอาหารจากรางจืด:

1.ยำรางจืด13
 

รูปภาพจาก: http://www.krajeab.com/news/view.php?id=230516 

 

ส่วนผสม

 

ใบรางจืดซอย 20 ใบ

 

ผักกระสังซอย ½ ถ้วย

 

มะม่วงเปรี้ยวซอย 3 ช้อนโต๊ะ

 

ขิงหั่นเต๋าเล็ก 2 ช้อนโต๊ะ

 

หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ

 

กุ้งแห้ง 2 ช้อนโต๊ะ

 

ถั่วลิสงคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ

 

น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ

 

ใบสะระแหน่

 

หมูหยอง

 

วิธีการปรุง

 

1. ผสมน้ำตาล น้ำปลาและน้ำมะนาวให้เข้ากัน ได้น้ำยำ

 

2. ใส่ใบรางจืดในชามผสม ใส่ผักกระสัง มะม่วงเปรี้ยว ขิง หอมแดง กุ้งแห้งและถั่วลิสง คลุกเคล้าพอเข้ากัน

 

3. ใส่น้ำยำ คลุกให้เข้ากันอีกครั้ง ตักใส่จาน โรยหน้าด้วยใบสะระแหน่และหมูหยอง

 

 
 
2.น้ำสมุนไพรรางจืด13
 

ส่วนผสม

 

ใบรางจืด 10 ใบ

 

น้ำ 2 ลิตร

 

น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี 3 ช้อนโต๊ะ

 

ใบเตย

 

วิธีการปรุง

 

1. ตั้งน้ำให้เดือด หั่นใบรางจืดลงต้มพร้อมกับใบเตย

 

2. ใส่น้ำตาล คนให้น้ำตาลละลาย ต้มนานประมาณ 10-15 นาที

 

 

เอกสารอ้างอิง 

 

1.ส่วนพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิชาการป่าไม้กรมป่าไม้. ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศ เต็มสมิตินันทน์. ฉบับแก้ไขเพิมเติม. กรุงเทพฯ: บริษัทประชาชน จำกัด. 2544. หน้า 526-7.

 

2.Wikipedia, the Free Encyclopedia. San Francisco: Wikimedia Foundation, Inc. [cited 2012 Feb 18].Available from: http://en.wikipedia.org/wiki/Thunbergia_laurifolia.

3.พิชามญชุ์ อัครยศพงศ์ และคณะ. บทความด้านเภสัชกรรมไทย เรื่อง รางจืดแก้พิษ. คณะการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

สืบค้นจาก: http://www.ttmed.psu.ac.th/read.php?68, เข้าถึงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2555.

4.พาณี เตชะเสน, ชัชวดี ทองทาบ. การทดลองใช้รางจืดแก้พิษยาฆ่าแมลง. เชียงใหม่เวชสาร 2523;19(3):105.

5.สกุลรัตน์ อุษณาวรงค์, ธานี เทศศิริ. ผลของรางจืดต่อการลดพิษพาราไธออนในหนูแรต. วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น 2544;6(1):3.

 

6.สกุลรัตน์ อุษณาวรงค์, ธานี เทศศิริ, ปราโมทย์ มหคุณากร, สุพัตรา ปรศุพัฒนา. ผลของรางจืดต่อการลดพิษพาราควอท. วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น 2543;5(1):11.

 

7.Pramyothin P, Chirdchupunsare H, Rungsinpipat A, Chaichantipyuth C. Hepatoprotective activity of Thunbergia laurifolia Lindl. Extract in rats treated with ethanol: in vitro and in vivo studies. J Ethnopharmacol 2005;102(3):408-11.

 

8.อัจฉรียา ชนาวิรัตน์. การศึกษาถึงผลของสารสกัดจากใบรางจืดต่อการป้องกันการทำลายตับอันเนื่องมาจากแอลกอฮอล์ในหนูถีบจักร. ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (พิษวิทยา) มหาวิทยาลัยมหิดล 2000.

 

9.Tangpong J, Satarug S. Alleviation of lead poisoning in the brain with aqueous leaf extract of the Thunbergia laurifolia (Linn.). Toxicol Lett. 2010;198(1):83-8.

 

10.สุริยันต์ ปินเครือ. ผลของใบสมุนไพร รางจืด” (Thunbergia laurifolia Linn.) ต่อระดับปริมาณน้ำตาลในเลือด. โครงการพิเศษ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่สาขาวิชาสัตววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ พ.. 2541.

 

11.Aritajat S, Wutteerapol S, Saenphet K. Anti-diabetic effect of Thunbergia laurifolia Linn. aqueous extract. Southeast Asian J Trop Med Public Health. 2004;35 Suppl 2:53-8.

 

12.วีระวรรณ เรืองยุทธิการณ์. การศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของใบรางจืด. วิทยานิพนธ์ ปริญญาวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาเภสัชวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.. 2523.

 

13. สูตรอาหารรายการกินอยู่...คือตอน รางจืด...ยอดสมุนไพรล้างพิษ.

สืบค้นจาก: www.thaipbs.or.th/s1000_obj/Include/.../สูตรอาหาร-รางจืด.pdf, เข้าถึงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555.

 

จัดทำโดย: นักศึกษาเภสัชศาสตร์ปรียภรณ์   ศรีจรัสกุล

 

วันที่จัดทำ 25 กุมภาพันธ์ 2555 

Comment

Comment:

Tweet